|สารบัญ
ส่วนที่ 1 — นโยบายความเป็นส่วนตัว สำหรับการใช้บริการแพลตฟอร์ม
ส่วนที่ 2 — นโยบายการใช้คุกกี้
ส่วนที่ 3 — ข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บริการแพลตฟอร์ม
ส่วนที่ 4 — เงื่อนไขและข้อตกลงการใช้บริการ
ภาคผนวก — สรุปการเปลี่ยนแปลงล่าสุด (สำหรับลูกค้า)
ส่วนที่ 1 — นโยบายความเป็นส่วนตัว สำหรับการใช้บริการแพลตฟอร์ม
นโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ (ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า “นโยบาย”) บังคับใช้ครั้งแรกเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2569 โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
นโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ อธิบายวิธีการที่บริษัท ออร์เดอร์เอ็กซ์ จำกัด (“บริษัท”) เก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลใด ๆ ที่สามารถระบุถึงตัวท่านซึ่งเป็นบุคคลธรรมดา (“ข้อมูลส่วนบุคคล”) ในฐานะที่ท่านเป็นลูกค้า ผู้ใช้งาน หรือผู้ติดต่อของ THE FLASH PREORDER ซึ่งดำเนินการให้บริการผ่านแพลตฟอร์ม OrderX เพื่อให้เป็นไปตามที่กฎหมาย กฎระเบียบ และข้อกำหนดทางกฎหมายอื่นใดทั้งปวง ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และกฎหมายลำดับรองที่เกี่ยวข้องกับการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล (ตามที่มีการแก้ไข และ/หรือเปลี่ยนแปลงเป็นครั้งคราว) (ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกรวมทั้งหมดว่า “กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล”) กำหนด
นโยบายนี้ครอบคลุมถึงบุคคลธรรมดาที่เกี่ยวข้องกับการเสนอผลิตภัณฑ์หรือบริการของบริษัท ซึ่งหมายความรวมถึง ผู้ที่อาจจะเป็นลูกค้า ลูกค้า อดีตลูกค้า และบุคคลธรรมดาที่ดำเนินการในนามนิติบุคคล เช่น กรรมการ ที่ปรึกษา ผู้บริหาร พนักงาน ตัวแทน ผู้ประสานงาน เป็นต้น ผู้ใช้บริการ ผู้เข้าร่วมแคมเปญ ผู้มีอำนาจดำเนินการแทนลูกค้าตามกฎหมาย เช่น ผู้รับมอบอำนาจ ผู้ใช้อำนาจปกครอง เป็นต้น โดยเรียกรวมกันว่า “เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล” “ลูกค้า” หรือ “ท่าน”
บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการปรับปรุงนโยบายความเป็นส่วนตัวเมื่อใดก็ได้ ดังนั้น บริษัทจึงขอแนะนำให้ท่านอ่านนโยบายความเป็นส่วนตัวเป็นครั้งคราว โดยบริษัทจะแจ้งให้ท่านทราบผ่านช่องทางที่เหมาะสมสำหรับการปรับปรุงในสาระสำคัญ
|1. ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทเก็บรวบรวม
ในการเก็บรวบรวมและเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทจะใช้วิธีการที่ชอบด้วยกฎหมายและจำกัดเพียงเท่าที่จำเป็นตามวัตถุประสงค์การดำเนินงานของบริษัท การสมัครใช้บริการ การทำสัญญา การติดต่อสื่อสาร การทำแบบสำรวจ การใช้งานระบบของบริษัท เป็นต้น และเก็บรวบรวมจากแหล่งอื่น เช่น กรมการปกครอง กรมพัฒนาธุรกิจการค้า แหล่งข้อมูลเชิงพาณิชย์ สื่อสังคมออนไลน์ ผู้ให้บริการข้อมูล เป็นต้น โดยมีข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้อง ดังนี้
กรณีบริษัทได้รับสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของท่าน เพื่อวัตถุประสงค์ในการพิสูจน์ตัวตน และ/หรือการทำธุรกรรมใด ๆ กับบริษัท ซึ่งอาจจะมีข้อมูลอ่อนไหว เช่น ศาสนา หมู่โลหิต อยู่ด้วย บริษัทไม่มีนโยบายจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว ยกเว้นในกรณีที่บริษัทมีสิทธิตามกฎหมาย ทั้งนี้ บริษัทจะกำหนดวิธีการจัดการตามแนวทางปฏิบัติและเป็นไปตามที่กฎหมายอนุญาต
บริษัทอาจได้รับข้อมูลบุคคลที่สามโดยท่านเป็นผู้ให้ข้อมูลกับบริษัท เช่น ผู้ประสานงาน ผู้ติดต่อ เป็นต้น โปรดแจ้งประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้แก่บุคคลที่สามดังกล่าว และขอความยินยอมจากบุคคลดังกล่าวหากจำเป็น เว้นแต่มีข้อกำหนดทางกฎหมายอื่นที่ไม่ต้องขอความยินยอม
|2. วัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทอาจอาศัย (1) ฐานความยินยอม (2) ฐานการปฏิบัติตามสัญญา (3) ฐานการปฏิบัติตามกฎหมาย (4) ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย (5) ฐานประโยชน์เพื่อการป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล (6) ฐานประโยชน์สาธารณะ และ/หรือฐานทางกฎหมายอื่น ๆ ตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอนุญาต (แล้วแต่กรณี โดยขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์ระหว่างบริษัทกับท่าน) ในการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้
ในกรณีที่บริษัทต้องขอข้อมูลส่วนบุคคลจากท่าน เพื่อเข้าทำหรือปฏิบัติตามสัญญา หรือปฏิบัติตามกฎหมาย หากท่านไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว บริษัทอาจจะไม่สามารถดำเนินการตามที่ท่านประสงค์ได้
นอกจากนี้ โปรดทราบว่าการที่ท่านปฏิเสธหรือเพิกถอนความยินยอม อาจส่งผลให้บริษัทไม่สามารถตอบรับคำขอของท่าน หรือปฏิบัติตามภาระผูกพันตามสัญญาระหว่างบริษัทกับท่านได้อย่างสมบูรณ์
|3. การส่งต่อและเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังบุคคลภายนอกตามที่ระบุด้านล่าง เพื่อวัตถุประสงค์ตามนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ บุคคลภายนอกอาจอยู่ภายในประเทศไทยหรือต่างประเทศ
|4. การโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ
เพื่อให้บริการตามวัตถุประสงค์ที่ระบุในนโยบายฉบับนี้ บริษัทจำเป็นต้องโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังบุคคลและประเทศ ดังต่อไปนี้
ทั้งนี้ บริษัทจะดำเนินการตามขั้นตอนและมาตรการต่าง ๆ เพื่อทำให้มั่นใจว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจะถูกโอนอย่างปลอดภัย และบุคคลที่รับโอนข้อมูลนั้นมีระดับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสม หรือกรณีอื่น ๆ ตามที่กฎหมายกำหนด
|5. ระยะเวลาในการเก็บข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในระยะเวลาเท่าที่จำเป็น และเพื่อให้บรรลุหน้าที่ตามสัญญา กฎหมายและกฎข้อบังคับต่าง ๆ เช่น ตลอดระยะเวลาที่ต้องปฏิบัติตามสัญญาร่วมกับท่าน หรือตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด เช่น เก็บไว้ไม่เกิน 10 ปีตามอายุความกฎหมาย เป็นต้น
|6. การปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทได้จัดทำและ/หรือเลือกใช้ระบบการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลให้มีกลไกและเทคนิคที่เหมาะสม พร้อมทั้งมีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งจำกัดการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากพนักงาน ลูกจ้าง และตัวแทนของบริษัท เพื่อป้องกันไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านถูกนำไปใช้ เปิดเผย ทำลาย หรือเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต
|7. สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
ภายใต้บทบัญญัติและข้อยกเว้นตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ท่านอาจมีสิทธิตามที่ระบุไว้ดังต่อไปนี้
|8. การติดต่อบริษัท
โปรดติดต่อบริษัทหรือเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัท หากท่านต้องการใช้สิทธิของท่าน หรือหากท่านมีข้อสงสัยเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในฐานะลูกค้า ผู้ใช้งาน หรือผู้ติดต่อของ THE FLASH PREORDER ซึ่งดำเนินการให้บริการผ่านแพลตฟอร์ม OrderX ภายใต้นโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ ได้ที่
ส่วนที่ 2 — นโยบายการใช้คุกกี้
นโยบายการใช้คุกกี้ฉบับนี้ ปรับปรุงครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2569
บริษัท ออร์เดอร์เอ็กซ์ จำกัด (“บริษัท”) ให้ความสำคัญและมุ่งมั่นที่จะคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและความเป็นส่วนตัวของท่าน อย่างไรก็ตาม เพื่อให้บริการที่มีคุณภาพแก่ท่าน รวมถึงประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานบนเว็บไซต์ของบริษัทที่ japanshippings.com และระบบ OrderX Webapp รวมทั้งช่องทางบริการลูกค้าผ่าน LINE Official Account, Facebook Page และ Messenger, Instagram Direct Message, X (Twitter) Direct Message และช่องทางสื่อสังคมออนไลน์อื่นของบริษัท เป็นต้น (เรียกรวมกันว่า “เว็บไซต์”)
|1. คุกกี้คืออะไร
คุกกี้ (Cookie) คือ ข้อมูลตัวอักษรขนาดเล็กซึ่งถูกจัดเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต เช่น สมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตของท่าน เมื่อท่านเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ของบริษัท ซึ่งโดยปกติคุกกี้จะทำหน้าที่บันทึกข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเมื่อเข้าสู่เว็บไซต์ของบริษัท เช่น ชื่อ ที่อยู่ อีเมล รหัสผ่าน ไอพีแอดเดรส (IP Address) เบอร์โทรศัพท์ และคำค้นหา และการตั้งค่าผู้ใช้งานต่าง ๆ (เช่น ภาษา) เป็นต้น
คุกกี้จะช่วยให้บริษัททราบว่าท่านใช้งานเว็บไซต์ของบริษัทอย่างไร เพื่อที่บริษัทจะสามารถพัฒนาปรับปรุงประสบการณ์การใช้งาน/การให้บริการแก่ท่านให้ดียิ่งขึ้นและตรงกับความต้องการของท่านได้ โดยการบันทึกการตั้งค่าของคุกกี้จะช่วยจดจำการตั้งค่าการใช้งานของท่าน ซึ่งจะทำให้การเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ของท่านในครั้งต่อไปเป็นไปอย่างสะดวก รวดเร็ว และตอบสนองต่อความต้องการของท่านมากยิ่งขึ้น
|2. บริษัทใช้คุกกี้ประเภทใด
บริษัทอาจใช้คุกกี้ดังต่อไปนี้ เมื่อท่านเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ของบริษัท
|3. บริษัทใช้คุกกี้อย่างไร
บริษัทจะเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ซึ่งรวมถึงการตั้งค่าการใช้งานของท่านเมื่อท่านเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ของบริษัท โดยการนำไฟล์คุกกี้จำนวนหนึ่งเข้าสู่เว็บบราวเซอร์ของท่าน ในกรณีนี้ บริษัทใช้คุกกี้เพื่อดำเนินการตามวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้
อนึ่ง คุกกี้บางประเภทในเว็บไซต์นี้จัดการโดยบุคคลที่สาม เช่น เครือข่ายการโฆษณา ผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับลักษณะการทำงานต่าง ๆ อาทิ วิดีโอ แผนที่ และโซเชียลมีเดีย และผู้ให้บริการเว็บไซต์ภายนอกอื่น ๆ เช่น บริการวิเคราะห์การเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ เป็นต้น คุกกี้เหล่านี้มักจะเป็นคุกกี้เพื่อการวิเคราะห์/วัดผลการทำงาน ท่านควรต้องศึกษานโยบายการใช้คุกกี้และนโยบายส่วนบุคคลในเว็บไซต์ของบุคคลที่สาม เพื่อให้เข้าใจถึงวิธีการที่บุคคลที่สามอาจนำข้อมูลของท่านไปใช้
|4. การจัดการคุกกี้
ท่านสามารถจัดการคุกกี้โดยการเปลี่ยนแปลงการตั้งค่าคุกกี้ โดยการยอมรับ ปฏิเสธ หรือลบคุกกี้ซึ่งถูกตั้งค่าไว้ในเว็บไซต์ของบริษัท ท่านสามารถดำเนินการดังกล่าวได้โดยการเลือกการตั้งค่าคุกกี้หรือตั้งค่าบราวเซอร์ของท่าน เช่น ห้ามการติดตั้งคุกกี้ลงบนอุปกรณ์ของท่านโดยการปิดการใช้งานคุกกี้ดังกล่าว อย่างไรก็ตาม การตั้งค่าคุกกี้ดังกล่าวอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพการใช้งานเว็บไซต์ของบริษัท เนื่องจากท่านอาจไม่สามารถใช้งานเว็บไซต์บางส่วน หรืออาจใช้งานเว็บไซต์ของบริษัทได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ หรืออาจไม่สามารถเก็บข้อมูลการตั้งค่าการใช้งานของท่านได้ นอกจากนี้ อาจส่งผลต่อการแสดงผลหน้าเว็บไซต์ของบริษัทซึ่งอาจทำให้ไม่อาจแสดงผลได้อย่างถูกต้องสมบูรณ์
|5. การแก้ไขนโยบายคุกกี้
บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงและแก้ไขประกาศฉบับนี้ โปรดเยี่ยมชมเว็บไซต์นี้เป็นระยะ ๆ เพื่อตรวจสอบนโยบายคุกกี้ รวมถึงข้อมูลเพิ่มเติมอื่น ๆ ที่บริษัทจะปรับปรุงข้อมูลที่เผยแพร่อยู่บนเว็บไซต์ของบริษัทให้เป็นปัจจุบัน และในกรณีที่เหมาะสม บริษัทอาจจะแจ้งให้ท่านทราบถึงการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ผ่านทางอีเมลที่ท่านได้ให้ไว้ ขอให้ท่านอ่านรายละเอียดนโยบายการใช้คุกกี้ และประกาศความเป็นส่วนตัวที่บริษัทได้ประกาศไว้บนเว็บไซต์ทุกครั้งก่อนเข้าใช้งาน
ส่วนที่ 3 — ข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บริการแพลตฟอร์ม
ปรับปรุงล่าสุด 09 กรกฎาคม 2569
ข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บริการฉบับนี้ (“ข้อกำหนด”) เป็นสัญญาที่มีผลผูกพันทางกฎหมายระหว่างบริษัท ออร์เดอร์เอ็กซ์ จำกัด (“บริษัท”) และลูกค้า ผู้ใช้บริการ หรือผู้ติดต่อของ THE FLASH PREORDER ซึ่งดำเนินการให้บริการผ่านแพลตฟอร์ม OrderX (“ผู้ใช้บริการ” หรือ “ท่าน”) ก่อนการสมัครสมาชิกหรือใช้บริการใดของบริษัท โปรดอ่านข้อกำหนดฉบับนี้โดยละเอียด รวมถึงเอกสารแนบและนโยบายอื่นที่อ้างถึงในข้อกำหนดฉบับนี้ การคลิกยอมรับข้อกำหนดหรือการเริ่มใช้บริการของบริษัท ถือเป็นการยอมรับข้อกำหนดฉบับนี้และเอกสารที่เกี่ยวข้องทั้งหมดโดยสมบูรณ์
นอกเหนือจากข้อกำหนดฉบับนี้ การให้บริการของบริษัทอยู่ภายใต้บังคับของนโยบายการให้บริการที่บริษัทประกาศบนแพลตฟอร์มเป็นครั้งคราว โดยนโยบายการให้บริการดังกล่าวถือเป็นส่วนหนึ่งของข้อกำหนดฉบับนี้ บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการปรับปรุงนโยบายการให้บริการเป็นครั้งคราว และจะแจ้งการเปลี่ยนแปลงให้ผู้ใช้บริการทราบผ่านแพลตฟอร์ม ทั้งนี้ รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง
|1. คำนิยาม
ในข้อกำหนดฉบับนี้ คำต่อไปนี้ให้มีความหมายดังที่กำหนด เว้นแต่บริบทจะกำหนดเป็นอย่างอื่น
1.1 “บริษัท” หมายถึง บริษัท ออร์เดอร์เอ็กซ์ จำกัด ทะเบียนนิติบุคคลเลขที่ 0105568114624 สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ 342/278 ซอยแจ้งวัฒนะ 14 แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร
1.2 “แพลตฟอร์ม” หมายถึง เว็บไซต์ แอปพลิเคชัน ระบบหลังบ้าน และช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดที่บริษัทใช้ในการให้บริการ ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง japanshippings.com และระบบ OrderX Webapp รวมทั้งช่องทางบริการลูกค้าผ่าน LINE Official Account, Facebook Page และ Messenger, Instagram Direct Message, X (Twitter) Direct Message และช่องทางสื่อสังคมออนไลน์อื่นของบริษัท
1.3 “บริการ” หมายถึง บริการที่บริษัทให้แก่ผู้ใช้บริการ รวมถึงบริการเสริมและบริการที่เกี่ยวเนื่องที่บริษัทอาจเพิ่มเติมในอนาคต
1.4 “ตัวแทนการจัดซื้อ” หมายถึง การที่บริษัทดำเนินการจัดซื้อสินค้าจากผู้ขายในประเทศต้นทางในนามของบริษัทเอง แต่เพื่อประโยชน์และตามคำสั่งของผู้ใช้บริการ
1.5 “ผู้รับจัดการขนส่ง” หมายถึง การที่บริษัทรับจัดการขนส่งสินค้าจากประเทศต้นทางมายังประเทศไทย โดยจ้างผู้ขนส่งบุคคลภายนอก รวมถึงการดำเนินพิธีการศุลกากรและการจัดส่งภายในประเทศไทย
1.6 “ประเทศต้นทาง” หมายถึง ประเทศที่บริษัทดำเนินการจัดซื้อสินค้าและจัดส่งสินค้ามายังประเทศไทยตามคำสั่งของผู้ใช้บริการ ซึ่งรวมถึงประเทศญี่ปุ่น สาธารณรัฐประชาชนจีน สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร และประเทศอื่นที่บริษัทประกาศเพิ่มเติมเป็นครั้งคราวบนแพลตฟอร์
1.7 “ผู้ขายในประเทศต้นทาง” หมายถึง บุคคล นิติบุคคล หรือผู้ประกอบการในประเทศต้นทางที่ผู้ใช้บริการประสงค์ให้บริษัทดำเนินการจัดซื้อสินค้าด้วย ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงผู้ขายบนเว็บไซต์ Mercari, ヤフオク! (Yahoo Auction), Rakuten, Taobao, Tmall, Amazon, eBay และเว็บไซต์อื่นที่บริษัทเชื่อมต่อ
1.8 “คำสั่งซื้อ” หมายถึง คำสั่งของผู้ใช้บริการให้บริษัทดำเนินการบริการ ซึ่งบริษัทยืนยันรับแล้ว
1.9 “กระเป๋าเงิน” หมายถึง บัญชีบันทึกยอดเงินรับล่วงหน้าในระบบ OrderX
1.10 “อัตราแลกเปลี่ยน” หมายถึง อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างเงินเยนและเงินบาทที่บริษัทกำหนดและประกาศบนแพลตฟอร์มเป็นรายวัน
|2. ลักษณะของบริการ
บริษัทประกอบกิจการเป็นผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม อำนวยความสะดวกในการจัดซื้อและนำเข้าสินค้าจากประเทศต้นทางมายังประเทศไทย โดยดำเนินการในฐานะ “ตัวแทนการจัดซื้อ” และ/หรือ “ผู้รับจัดการขนส่ง” (Freight Forwarder) ของผู้ใช้บริการ ตามคำสั่งของผู้ใช้บริการเป็นรายธุรกรรม
บริการที่บริษัทเสนอผ่านแพลตฟอร์ม ประกอบด้วย
ทั้งนี้ ผู้ใช้บริการรับทราบและตกลงว่า สินค้าที่จัดซื้อผ่านแพลตฟอร์มเป็นสินค้าของผู้ขายในประเทศต้นทาง ซึ่งผู้ขายในประเทศต้นทางเป็นผู้รับผิดในคุณภาพและสภาพของสินค้าตามกฎหมายของประเทศต้นทางและเงื่อนไขการขายของผู้ขายแต่ละราย บริษัทไม่มีหน้าที่รับประกัน รับรอง หรือตรวจสอบคุณภาพ ความถูกต้องตามรายละเอียดที่ปรากฏ ความเป็นของแท้ รูปลักษณ์ภายนอก หรือคุณสมบัติเฉพาะของสินค้าใดที่แสดงในเว็บไซต์ของผู้ขายในประเทศต้นทาง เว้นแต่จะตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรไว้เป็นอย่างอื่น
|3. คุณสมบัติของผู้ใช้บริการและบัญชีผู้ใช้งาน
3.1 ผู้ใช้งานผู้เยาว์. หากผู้ใช้งานมีอายุน้อยกว่า 20 ปี หรือ “ยังไม่บรรลุนิติภาวะ” ท่านจะต้องได้รับความยินยอมจากบิดามารดาหรือผู้แทนโดยชอบธรรมก่อน และบิดามารดาหรือผู้แทนโดยชอบธรรมดังกล่าวต้องยอมรับข้อกำหนดนี้แทนผู้เยาว์ และรับผิดชอบต่อการกระทำทุกอย่างของผู้เยาว์บนแพลตฟอร์ม โดยการที่ท่านยอมรับและใช้บริการแพลตฟอร์มต่อไป ถือว่าท่านที่เป็นผู้เยาว์ได้รับความยินยอมจากบิดามารดาหรือผู้แทนโดยชอบธรรมแล้วในการเข้าใช้บริการแพลตฟอร์ม และยอมรับเงื่อนไขของข้อกำหนดทุกประการ
3.2 การสมัครใช้บริการ การตอบรับ การปฏิเสธคำขอใช้บริการ. ผู้ใช้งานอาจขอใช้บริการที่นำเสนอในแพลตฟอร์มได้ โดยการทำคำขอใช้บริการต่อบริษัท ตามแบบและวิธีการที่บริษัทกำหนด โดยบริษัทมีสิทธิพิจารณาตอบรับคำขอผู้ใช้งาน หรือปฏิเสธคำขอดังกล่าวก็ได้ หากดุลพินิจของบริษัทหรือผู้ได้รับมอบหมายจากบริษัทเห็นว่าผู้ใช้งานไม่มีคุณสมบัติตามที่บริษัทกำหนด ไม่เหมาะสมกับการใช้บริการดังกล่าว มีข้อสงสัยว่าข้อมูลในคำขอดังกล่าวไม่เป็นความจริง หรือมีเหตุจำเป็นอื่นใด
3.3 สิทธิของบริษัทในการกำหนดผู้ใช้งาน. ในการใช้งานแพลตฟอร์ม บริษัทอาจจัดให้มีบัญชีผู้ใช้ของแต่ละผู้ใช้งาน ตามที่ผู้ใช้งานร้องขอในแต่ละคราว โดยที่บริษัทมีสิทธิแต่เพียงผู้เดียวในการอนุมัติเปิดบัญชีผู้ใช้ กำหนดประเภทบัญชีผู้ใช้ กำหนดสิทธิการเข้าถึงข้อมูลของแต่ละประเภทบัญชีผู้ใช้ ค่าใช้จ่ายใด ๆ เกี่ยวกับบัญชีผู้ใช้ หน้าที่ ความรับผิดชอบของผู้ใช้งานซึ่งเป็นเจ้าของบัญชีผู้ใช้นั้น ๆ ทั้งนี้ ผู้ใช้งานตกลงจะเก็บรักษาชื่อบัญชีผู้ใช้ รหัสผ่าน และข้อมูลใด ๆ ของตนไว้เป็นความลับอย่างเคร่งครัด และตกลงจะไม่ยินยอมให้ รวมถึงตกลงจะใช้ความพยายามอย่างที่สุดในการป้องกันไม่ให้บุคคลอื่นใช้งานบัญชีผู้ใช้ของผู้ใช้งาน
3.4 กรณีที่มีการใช้บัญชีผู้ใช้ของผู้ใช้งานโดยบุคคลอื่น. ในกรณีที่มีการใช้บัญชีผู้ใช้ของผู้ใช้งานโดยบุคคลอื่น ผู้ใช้งานตกลงและรับรองว่าการใช้งานโดยบุคคลอื่นดังกล่าวได้กระทำในฐานะตัวแทนของผู้ใช้งานและมีผลผูกพันเสมือนหนึ่งผู้ใช้งานเป็นผู้กระทำการเองทั้งสิ้น
3.5 การระงับบัญชี. ผู้ใช้งานตกลงยินยอมให้บริษัททำการระงับบัญชีเป็นการชั่วคราวหรือถาวรได้ หากมีกรณีดังต่อไปนี้
ทั้งนี้ บริษัทไม่รับผิดชอบในความเสียหายที่จะเกิดขึ้นทั้งหมดอันเนื่องมาจากการระงับ และ/หรือยกเลิกการใช้บริการดังกล่าว
3.6 ระยะเวลาการใช้บริการ. ผู้ใช้งานตกลงจะใช้บริการบนแพลตฟอร์มของบริษัท โดยเริ่มตั้งแต่วันที่คำขอใช้บริการของผู้ใช้งานได้รับการตอบรับจากบริษัท ไปจนกว่าจะสิ้นสุดการให้บริการ หรือมีการยกเลิกการให้บริการโดยบริษัท หรือการบอกเลิกการใช้บริการโดยผู้ใช้งาน
|4. ขั้นตอนการให้บริการ
4.1 การรับคำสั่งซื้อ. ผู้ใช้บริการสามารถส่งคำสั่งซื้อผ่านช่องทางที่บริษัทกำหนด ซึ่งรวมถึงระบบบนแพลตฟอร์ม LINE Official Account ของบริษัท หรือช่องทางอื่นที่บริษัทประกาศกำหนด คำสั่งซื้อจะมีผลผูกพันก็ต่อเมื่อบริษัทได้ยืนยันการรับคำสั่งซื้อแล้วผ่านช่องทางที่บริษัทกำหนด
4.2 การคำนวณราคา. บริษัทจะแจ้งประมาณการราคารวมในเงินบาทไทยให้ผู้ใช้บริการทราบก่อนการยืนยันคำสั่งซื้อ ซึ่งประกอบด้วย ค่าสินค้าตามที่ผู้ขายในประเทศต้นทางกำหนด ค่าบริการของบริษัท ค่าขนส่งภายในประเทศต้นทาง ค่าขนส่งระหว่างประเทศ ค่าพิธีการศุลกากรและภาษีนำเข้า (ถ้ามี) และค่าขนส่งภายในประเทศไทย ราคารวมที่บริษัทแจ้งเป็นประมาณการเท่านั้น และอาจปรับเปลี่ยนตามน้ำหนักจริง ปริมาตรจริง หรือค่าใช้จ่ายจริงที่เกิดขึ้นในขั้นตอนการดำเนินการ
4.3 การชำระเงิน. ผู้ใช้บริการชำระเงินตามคำสั่งซื้อผ่านกระเป๋าเงินหรือช่องทางการชำระเงินอื่นที่บริษัทกำหนด
4.4 การดำเนินการในประเทศต้นทาง. หลังจากยืนยันคำสั่งซื้อและรับชำระเงินแล้ว บริษัทจะดำเนินการจัดซื้อ ประมูล ชำระเงินให้ผู้ขายในประเทศต้นทาง และรวบรวมสินค้า ณ คลังสินค้าของบริษัทหรือผู้รับจ้างของบริษัทในประเทศต้นทาง
4.5 การจัดส่งระหว่างประเทศ. ผู้ใช้บริการเลือกวิธีการขนส่งระหว่างประเทศได้ระหว่างทางอากาศ (โดยประมาณ 5 (ห้า) – 10 (สิบ) วัน) และทางทะเล (โดยประมาณ 3 (สาม) ถึง 5 (ห้า) สัปดาห์) ระยะเวลาดังกล่าวเป็นเพียงประมาณการ และอาจล่าช้าจากเหตุที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของบริษัท เช่น สภาพอากาศ การชะลอตัวของระบบศุลกากร หรือเหตุสุดวิสัย
4.6 พิธีการศุลกากร. บริษัทดำเนินพิธีการศุลกากรในนามของผู้ใช้บริการ ผู้ใช้บริการต้องรับผิดชอบในความถูกต้องของข้อมูลสินค้าและค่าภาษีนำเข้าตามที่กฎหมายกำหนด ในกรณีที่สินค้าไม่สามารถผ่านพิธีการศุลกากรได้ ไม่ว่าด้วยเหตุใด บริษัทจะแจ้งให้ผู้ใช้บริการทราบและดำเนินการตามทางเลือกที่ผู้ใช้บริการระบุ ซึ่งอาจรวมถึงการส่งสินค้ากลับไปประเทศต้นทาง (โดยผู้ใช้บริการเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย) การชำระค่าภาษีเพิ่มเติม หรือการทำลายสินค้า
4.7 การจัดส่งภายในประเทศไทย. บริษัทใช้บริการของผู้ขนส่งบุคคลภายนอกในการจัดส่งสินค้าถึงผู้ใช้บริการในประเทศไทย ระยะเวลาการจัดส่งและความเสียหายของสินค้าที่เกิดขึ้นในขั้นตอนนี้ เป็นไปตามเงื่อนไขของผู้ขนส่งบุคคลภายนอก
|5. ค่าบริการ ค่าธรรมเนียม และอัตราแลกเปลี่ยน
5.1 บริษัทเรียกเก็บค่าบริการและค่าธรรมเนียมตามอัตราที่ประกาศบนแพลตฟอร์มในขณะที่ผู้ใช้บริการส่งคำสั่งซื้อ บริษัทอาจปรับเปลี่ยนอัตราดังกล่าวเป็นครั้งคราว แต่การปรับเปลี่ยนจะใช้กับคำสั่งซื้อใหม่เท่านั้น และไม่กระทบคำสั่งซื้อที่บริษัทได้ยืนยันรับแล้ว
5.2 บริษัทกำหนดอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างเงินบาทไทยและสกุลเงินต่างประเทศของประเทศต้นทาง (ซึ่งรวมถึงเงินเยน เงินหยวน เงินดอลลาร์สหรัฐ เงินปอนด์สเตอร์ลิง และสกุลเงินอื่นที่บริษัทรองรับ) เป็นรายวัน อัตราดังกล่าวเป็นอัตราภายในของบริษัทและอาจแตกต่างจากอัตราตลาดที่ธนาคารหรือสถาบันการเงินอื่นใช้ ผู้ใช้บริการรับทราบและตกลงว่า อัตราแลกเปลี่ยนของบริษัทรวมส่วนต่างที่บริษัทเรียกเก็บเพื่อชดเชยต้นทุนและความเสี่ยงในการดำเนินการแลกเปลี่ยนเงินตรา อัตราที่ใช้คำนวณคำสั่งซื้อ คือ อัตรา ณ เวลาที่บริษัทยืนยันรับคำสั่งซื้อ
|6. การชำระเงินและกระเป๋าเงิน
6.1 ผู้ใช้บริการสามารถชำระเงินตามคำสั่งซื้อผ่าน (ก) กระเป๋าเงินที่ผู้ใช้บริการได้เติมเงินไว้ล่วงหน้า หรือ (ข) ช่องทางการชำระเงินอื่นที่บริษัทกำหนด เช่น การโอนเงินผ่านช่องทาง Payment Gateway ที่บริษัทเชื่อมต่อ
6.2 การหักยอดเงินคงเหลือเพื่อชำระหนี้ค้างชำระ
6.3 รายละเอียดเกี่ยวกับการเติมเงิน การใช้งาน การถอนเงิน และเงื่อนไขอื่นที่เกี่ยวข้องกับกระเป๋าเงิน ให้เป็นไปตามที่บริษัทกำหนด
|7. การส่งมอบและความเสี่ยงในความสูญหายของสินค้า
7.1 กรรมสิทธิ์ในสินค้าที่บริษัทจัดซื้อจากผู้ขายในประเทศต้นทางโอนจากผู้ขายไปยังผู้ใช้บริการในขณะที่บริษัทชำระเงินเต็มจำนวนแก่ผู้ขาย โดยถือว่าบริษัทรับมอบสินค้าในนามและเพื่อประโยชน์ของผู้ใช้บริการ
7.2 ความเสี่ยงในการสูญหายและความเสียหายของสินค้าโอนไปยังผู้ใช้บริการในขณะที่บริษัทส่งมอบสินค้าให้แก่ผู้ขนส่งระหว่างประเทศในประเทศต้นทาง (Free Carrier — FCA ณ ประเทศต้นทาง) ทั้งนี้ บริษัทจะใช้ความระมัดระวังตามสมควรในการเลือกผู้ขนส่งและในการจัดทำเอกสารการขนส่ง
7.3 ในกรณีที่สินค้าสูญหายหรือเสียหายในระหว่างการขนส่งระหว่างประเทศ หรือในระหว่างที่อยู่ในความครอบครองของบริษัทหรือผู้รับจ้างของบริษัท ผู้ใช้บริการต้องแจ้งให้บริษัททราบพร้อมหลักฐานสนับสนุน ภายในระยะเวลาดังต่อไปนี้
เมื่อได้รับแจ้ง บริษัทจะประสานงานกับผู้ขนส่งบุคคลภายนอกและคลังสินค้าเพื่อตรวจสอบและเรียกร้องค่าเสียหายตามวงเงินรับผิดของผู้ขนส่ง และจะแจ้งผลให้ผู้ใช้บริการทราบภายในระยะเวลาอันสมเหตุสมผล ทั้งนี้ ในกรณีที่บริษัทประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงในการเลือกผู้ขนส่งหรือในการจัดการคลังสินค้า ความรับผิดของบริษัทให้เป็นไปตามข้อจำกัดความรับผิดในข้อกำหนดฉบับนี้
7.4 บริการคุ้มครองความเสียหายเพิ่มเติม (Carrier’s Liability Coverage) ผู้ใช้บริการอาจเลือกซื้อบริการคุ้มครองความเสียหายเพิ่มเติมของบริษัท ซึ่งบริษัทรับประกันการชดใช้ค่าเสียหายของสินค้าในกรณีที่สูญหายหรือเสียหายในระหว่างการขนส่งระหว่างประเทศหรือในระหว่างที่อยู่ในความครอบครองของบริษัท ภายในวงเงินคุ้มครองสูงสุดต่อรายการที่บริษัทประกาศกำหนด บริการนี้มิใช่กรมธรรม์ประกันภัย แต่เป็นการขยายความรับผิดตามสัญญาของบริษัทในฐานะผู้รับจัดการขนส่ง
|8. การคืนเงิน
8.1 คำสั่งซื้อที่บริษัทได้ยืนยันรับและออกเลขคำสั่งซื้อแล้ว ถือเป็นที่สุด ผู้ใช้บริการไม่สามารถยกเลิกหรือขอคืนเงินได้ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน เว้นแต่กรณีที่บริษัทไม่สามารถดำเนินการตามคำสั่งซื้อให้สำเร็จได้ ดังต่อไปนี้ บริษัทจะคืนเงินให้แก่ผู้ใช้บริการ
8.2 ในกรณีคืนเงินตามข้อ 8.1 บริษัทมีสิทธิหักค่าใช้จ่ายที่บริษัทได้ดำเนินการไปแล้วตามจริง รวมถึงค่าธรรมเนียมธนาคาร ค่าธรรมเนียมการแลกเปลี่ยนเงินตรา ค่าธรรมเนียมพิธีการศุลกากร และค่าใช้จ่ายอื่นที่บริษัทได้ชำระไปแล้วและไม่อาจเรียกคืนจากบุคคลภายนอก โดยบริษัทจะแสดงรายการหักดังกล่าวให้ผู้ใช้บริการทราบ
8.3 ในกรณีปกติที่สินค้าได้รับการจัดส่งและส่งถึงผู้ใช้บริการครบถ้วนตามคำสั่งซื้อแล้ว ค่าบริการของบริษัท (รวมถึงค่าธรรมเนียมการจัดซื้อ ค่าขนส่ง และค่าธรรมเนียมพิธีการ) จะไม่ถูกคืน
8.4 การคืนเงินจะดำเนินการเข้ากระเป๋าเงินของผู้ใช้บริการ หรือเข้าบัญชีธนาคารต้นทางของผู้ใช้บริการตามที่บริษัทกำหนด
|9. ข้อจำกัดในการใช้งาน
ผู้ใช้งานตกลงที่จะไม่ใช้งานแพลตฟอร์มตามเงื่อนไขที่กำหนด ดังนี้
9.1 ผู้ใช้งานตกลงที่จะไม่กระทำการใด ๆ ที่ขัดต่อกฎหมาย คำพิพากษาศาล หรือคำสั่งของรัฐบาล หรือหน่วยงานที่ใช้อำนาจรัฐ
9.2 ผู้ใช้งานตกลงที่จะไม่กระทำการใด ๆ ที่อาจขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือจารีตประเพณี
9.3 ผู้ใช้งานตกลงที่จะไม่กระทำการใด ๆ อันเป็นการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ลิขสิทธิ์ เครื่องหมายการค้า สิทธิบัตร สิทธิในชื่อเสียง สิทธิส่วนบุคคล และสิทธิอื่นใดของบริษัท หรือบุคคลอื่น
9.4 ผู้ใช้งานตกลงที่จะไม่กระทำการใด ๆ ที่นำไปสู่การเก็บรวบรวม การเปิดเผยหรือการใช้ซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
9.5 ผู้ใช้งานตกลงที่จะไม่กระทำการใด ๆ ที่รบกวนการทำงานของระบบแม่ข่าย ชุดคำสั่ง หรือระบบเครือข่ายของแพลตฟอร์ม
9.6 ผู้ใช้งานตกลงที่จะไม่กระทำการคัดลอก แก้ไข ทำวิศวกรรมย้อนกลับ (reverse engineering) ถอดรหัส (decompile) หรือดัดแปลงระบบของแพลตฟอร์ม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน
9.7 ผู้ใช้งานจะไม่กระทำละเมิดสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาใด ๆ ของบริษัท ซึ่งรวมถึงการทำซ้ำ คัดลอก ดัดแปลง ขายต่อ หรือใช้ประโยชน์อื่นใดจากส่วนใดส่วนหนึ่งหรือทั้งหมดของแพลตฟอร์มของบริษัท หรือของบุคคลอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต
9.8 ผู้ใช้งานตกลงที่จะไม่เข้าถึงระบบโดยมิชอบหรือแทรกแซงความปลอดภัยของระบบ หรือข้อมูลของผู้ใช้อื่น หรือกระทำการใด ๆ ที่เป็นการแฮกระบบ หรือเนื้อหาของแพลตฟอร์ม โดยการแฮกรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง การพยายามแทรกเนื้อหาที่เป็นอันตรายลงแพลตฟอร์ม การพยายามควบคุมระบบของแพลตฟอร์ม หรือหน้าต่างใด ๆ ของแพลตฟอร์ม และการแทรกโค้ดที่เป็นอันตรายลงในแพลตฟอร์ม ซึ่งจะเปลี่ยนเส้นทางผู้ใช้งานบางคนไปยังหน้าที่เป็นอันตรายหรือเป็นสแปม
9.9 ผู้ใช้งานจะไม่ใช้ bot, script, หรือวิธีการอัตโนมัติอื่นใดในการเข้าถึง แสวงหาประโยชน์ หรือรวบรวมข้อมูลจากแพลตฟอร์ม
9.10 ผู้ใช้บริการตกลงไม่ใช้บริการเพื่อวัตถุประสงค์ใด ๆ ดังต่อไปนี้
9.11 ผู้ใช้งานตกลงที่จะไม่กระทำการอื่นใด ดังต่อไปนี้
|10. การเก็บและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งาน
ในการใช้งานแพลตฟอร์ม ผู้ใช้งานรับทราบและตกลงให้บริษัทมีสิทธิจัดเก็บ ประมวลผล นำไปใช้ประโยชน์ซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งานที่ผู้ใช้งานให้ไว้แก่บริษัท อันได้แก่ ข้อมูลส่วนบุคคล ดังต่อไปนี้
โดยที่ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งานจะถูกนำไปใช้ในวัตถุประสงค์ในการใช้งานแพลตฟอร์ม และดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมใด ๆ ของแพลตฟอร์ม
โดยที่ผู้ใช้งานมีสิทธิเข้าถึง ลบ แก้ไข เปลี่ยนแปลง โอนย้าย ปฏิเสธ ข้อมูลส่วนบุคคลที่ให้ไว้แก่บริษัทได้ และไม่ว่าเวลาใด ผู้ใช้งานอาจถอนความยินยอมการเก็บและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งานดังกล่าวได้ตราบเท่าที่ไม่ขัดต่อกฎหมายหรือสิทธิของบริษัท
ในกรณีที่บริษัทนำข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งานออกใช้ประโยชน์ บริษัทตกลงจะใช้ข้อมูลดังกล่าว ตราบเท่าที่ไม่ก่อให้เกิดความเสียหาย ความเดือดร้อนและความรำคาญแก่เจ้าของข้อมูล และจะไม่เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวต่อบุคคลภายนอกในลักษณะที่อาจระบุตัวตนของผู้ใช้งานเจ้าของข้อมูลได้ เว้นแต่เป็นการใช้และเปิดเผยตามที่ได้รับความยินยอม ตามที่กฎหมายกำหนด หรือโดยคำสั่งของหน่วยงานที่บังคับใช้อำนาจของรัฐ ทั้งนี้ ผู้ใช้งานสามารถศึกษานโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ได้ที่ https://services.japanshippings.com/terms-and-agreements
|11. คำรับรองและหน้าที่ของผู้ใช้งาน
ในการใช้งานแพลตฟอร์มของผู้ใช้งาน ผู้ใช้งานมีหน้าที่และให้คำรับรองต่อบริษัทว่าจะใช้ความพยายามอย่างที่สุดเพื่อปฏิบัติตามหน้าที่ของผู้ใช้งานและตลอดจนเงื่อนไขของข้อกำหนด ดังต่อไปนี้
11.1 ผู้ใช้งานได้อ่านและเข้าใจข้อความและเงื่อนไขต่าง ๆ แห่งข้อกำหนดฉบับนี้โดยละเอียดตลอดดีแล้ว และโดยในการเข้าเยี่ยมชม ใช้งานแพลตฟอร์ม ผู้ใช้งานตกลงตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในข้อกำหนดฉบับนี้แล้วทั้งสิ้น
11.2 ผู้ใช้งานเข้าใจและรับทราบดีว่าข้อกำหนดฉบับนี้เป็นสัญญาฉบับหนึ่งซึ่งมีผลผูกพันและสามารถบังคับใช้ได้ตามกฎหมายระหว่างบริษัทและผู้ใช้งาน
11.3 ผู้ใช้งานจะดำเนินการใด ๆ อันจำเป็นและสมควร ให้พนักงานของผู้ใช้งาน ผู้รับจ้างช่วง ผู้ช่วย ที่ปรึกษา หรือตัวแทนใด ๆ ของผู้ใช้งาน (ถ้ามี) ปฏิบัติตามข้อกำหนดฉบับนี้โดยเคร่งครัดด้วย
11.4 ในกรณีที่มีบุคคลอื่นใช้สิทธิเรียกร้องหรือมีข้อเรียกร้องต่อผู้ใช้งาน หรือผู้ใช้งานถูกฟ้องร้องดำเนินคดีเกี่ยวกับหรือมีสาเหตุมาจากการใช้งานแพลตฟอร์มของผู้ใช้งาน ผู้ใช้งานจะยุติข้อเรียกร้องด้วยค่าใช้จ่ายและความรับผิดชอบของผู้ใช้งานเอง และผู้ใช้งานตกลงจะปกป้องด้วยความพยายามอย่างที่สุดไม่ให้บริษัทเข้าไปเกี่ยวข้องในกระบวนการยุติข้อเรียกร้องดังกล่าว
11.5 ในกรณีที่บริษัทต้องรับผิดในค่าเสียหายหรือค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับหรือมีสาเหตุมาจากการใช้งานแพลตฟอร์มของผู้ใช้งาน ผู้ใช้งานตกลงจะชดใช้ค่าเสียหายหรือค่าใช้จ่ายดังกล่าวให้แก่บริษัทโดยสิ้นเชิง
|12. ค่าบริการและการชำระเงิน
12.1 รูปแบบค่าบริการ. บริษัทคิดค่าบริการแพลตฟอร์มเป็นรายคำสั่งซื้อเป็นหลัก ตามอัตราที่ประกาศบนแพลตฟอร์ม ทั้งนี้ ในกรณีที่บริษัทมีรูปแบบแพ็คเกจหรือแผนบริการแบบรายเดือน รายปี หรือแบบอื่นใดเพิ่มเติม บริษัทจะประกาศรายละเอียดอัตราค่าบริการผ่านหน้าเว็บไซต์หรือช่องทางอย่างเป็นทางการของบริษัท และผู้ใช้งานตกลงที่จะชำระค่าบริการตามรูปแบบ แพ็คเกจ หรือแผนบริการที่เลือกไว้ ณ เวลาที่สมัครใช้บริการ หรือภายหลังมีการเปลี่ยนแปลงแผนการใช้งาน
12.2 ค่าธรรมเนียมการดำเนินการอื่น. บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม เช่น ค่าธรรมเนียมการยืนยันตัวตน หรือค่าบริการเชื่อมต่อระบบ เป็นต้น ทั้งนี้ เป็นไปตามที่บริษัทประกาศใช้ในแต่ละคราว
12.3 เงื่อนไขการชำระเงิน. ผู้ใช้งานต้องชำระค่าบริการตามที่ครบกำหนดก่อนเริ่มการใช้บริการในแต่ละครั้งหรือแต่ละรอบบัญชี (แล้วแต่รูปแบบที่เลือก) โดยสามารถชำระผ่านวิธีการชำระเงินที่บริษัทรองรับ เช่น บัตรเครดิต บัตรเดบิต การโอนเงินผ่านธนาคาร หรือวิธีอื่นใดที่บริษัทแจ้งให้ทราบเป็นลายลักษณ์อักษร ทั้งนี้ การชำระเงินให้ถือว่าเสร็จสมบูรณ์เมื่อบริษัทได้รับเงินเข้าบัญชีโดยถูกต้อง
12.4 ภาษีมูลค่าเพิ่มและค่าธรรมเนียมอื่น. ค่าบริการที่แสดงบนแพลตฟอร์มหรือเอกสารประกอบใด ๆ ให้ถือว่า “ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม” (VAT) เว้นแต่จะระบุไว้เป็นอย่างอื่น หากกฎหมายกำหนดให้มีการเรียกเก็บภาษีอื่นใดเพิ่ม ผู้ใช้งานตกลงที่จะเป็นผู้รับผิดชอบชำระภาษีมูลค่าเพิ่ม ค่าธรรมเนียม หรือภาษีอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการใช้บริการทั้งสิ้น
12.5 ความล่าช้าในการชำระเงิน. ในกรณีที่ผู้ใช้งานชำระค่าบริการล่าช้าหรือไม่ชำระภายในระยะเวลาที่กำหนด บริษัทสงวนสิทธิ์ในการ
12.6 การไม่คืนเงิน (No Refund Policy). ผู้ใช้งานรับทราบและตกลงว่า ค่าบริการ (ประเภทค่าสมาชิก/แพ็คเกจ) ที่ได้ชำระแล้วจะไม่สามารถขอคืนได้ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน รวมถึงในกรณีที่ผู้ใช้งานยกเลิกการใช้บริการก่อนสิ้นสุดรอบระยะเวลาการใช้งาน เว้นแต่บริษัทจะพิจารณาเห็นสมควรโดยดุลพินิจของบริษัทแต่เพียงผู้เดียว
12.7 การเปลี่ยนแปลงอัตราค่าบริการ. บริษัทสงวนสิทธิ์ในการปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงอัตราค่าบริการตามความเหมาะสม โดยจะแจ้งให้ผู้ใช้ทราบล่วงหน้าก่อนที่อัตราค่าบริการใหม่จะมีผลใช้บังคับ หากผู้ใช้ยังคงใช้บริการหลังจากมีการปรับเปลี่ยนอัตราดังกล่าว ให้ถือว่าผู้ใช้ตกลงยอมรับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวโดยปริยาย แต่ทั้งนี้การเปลี่ยนแปลงอัตราค่าบริการจะไม่กระทบกับรูปแบบ แพ็คเกจ หรือแผนบริการของรอบการใช้งานที่ผู้ใช้งานได้ชำระเงินเสร็จสิ้นแล้ว
|13. การปฏิบัติผิดข้อกำหนดของผู้ใช้งาน
ในกรณีที่ผู้ใช้งานฝ่าฝืนข้อกำหนดฉบับนี้ คำรับรองของผู้ใช้งานที่ให้ไว้ในข้อกำหนดฉบับนี้ หรือแนวทางปฏิบัติใด ๆ ที่บริษัทได้แจ้งให้ผู้ใช้งานทราบไม่ว่าโดยทั่วไปหรือโดยเฉพาะเจาะจง หรือผู้ใช้งานกระทำการใด ๆ ที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่แพลตฟอร์ม บริษัท ผู้ใช้งานรายอื่น ๆ หรือบุคคลภายนอก ตลอดจนผู้ใช้งานกระทำการใด ๆ ที่บริษัทพิจารณาเห็นว่าไม่เหมาะสม เช่นนี้ผู้ใช้งานตกลงว่า บริษัทอาจดำเนินการดังต่อไปนี้ โดยดุลพินิจของบริษัทแต่เพียงผู้เดียว ในการระงับการใช้แพลตฟอร์มของผู้ใช้งาน ภายในระยะเวลาใดระยะเวลาหนึ่ง โดยจะมีกำหนดระยะเวลาหรือไม่ก็ได้ และ/หรือยกเลิกสิทธิการใช้หรือการเข้าถึงแพลตฟอร์มของผู้ใช้งาน โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
ในกรณีที่บริษัทระงับการใช้งานหรือยกเลิกสิทธิการใช้ หรือการเข้าถึงแพลตฟอร์มตามข้อกำหนดฉบับนี้ ผู้ใช้งานรับทราบและตกลงว่า บริษัทไม่มีความรับผิดสำหรับความสูญเสีย ความเสียหาย ข้อเรียกร้อง ความรับผิด ค่าใช้จ่ายใด ๆ ที่เกิดจากหรือเกี่ยวข้องกับการดำเนินการดังกล่าวตามข้อกำหนดฉบับนี้
|14. ความพร้อมใช้งานของแพลตฟอร์ม
ผู้ใช้งานตกลงและทราบดีว่า บริษัทอาจระงับการใช้งานแพลตฟอร์ม ไม่ว่าทั้งหมดหรือแต่บางส่วน ไม่ว่าเป็นการชั่วคราวหรือถาวร โดยไม่มีหน้าที่ต้องชดเชยความเสียหายใด ๆ ที่อาจเกิดขึ้นแก่ผู้ใช้งาน ในกรณีดังต่อไปนี้
14.1 การบำรุงรักษาเครื่องมือและอุปกรณ์ที่จำเป็นในการเปิดให้ใช้งานแพลตฟอร์ม อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง การบำรุงรักษาระบบแม่ข่าย (Server Maintenance)
14.2 การปรับปรุงและพัฒนาระบบชุดคำสั่งที่เกี่ยวข้องกับการเปิดให้ใช้งานแพลตฟอร์ม อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง การปรับปรุงชุดคำสั่งของแพลตฟอร์ม (Update) และการปรับปรุงชุดคำสั่งของระบบ
14.3 เครื่องมือ อุปกรณ์ หรือระบบชุดคำสั่งที่เกี่ยวข้องกับการเปิดให้ใช้งานแพลตฟอร์มไม่สามารถใช้งานได้ อันเนื่องมาจากเครื่องมือ อุปกรณ์ หรือระบบชุดคำสั่งนั้น ไม่ว่าจะอยู่ในความครอบครองของบริษัท หรือบุคคลภายนอกก็ตาม
14.4 ความไม่สามารถใช้งานแพลตฟอร์มได้ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนจากปัจจัยภายนอกที่บริษัทไม่อาจควบคุมได้ รวมถึงปัญหาการใช้งานที่เกิดขึ้นจากแพลตฟอร์มภายนอก
14.5 เหตุสุดวิสัย อันรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง ระบบไฟฟ้าขัดข้อง ระบบติดต่อสื่อสารขัดข้อง อุบัติเหตุ อุบัติภัย เพลิงไหม้ ภัยธรรมชาติ การนัดหยุดงาน การบังคับใช้หรือเปลี่ยนแปลงกฎหมาย คำสั่งของรัฐบาล (โปรดดูข้อ 16.9 ประกอบ)
|15. แพลตฟอร์มภายนอก
15.1 เนื้อหาของบุคคลภายนอก. เพื่อการให้บริการแพลตฟอร์ม บริษัทอาจเชื่อมต่อเนื้อหา หรือระบบส่วนหนึ่งส่วนใดของแพลตฟอร์มไปยังเว็บไซต์ หรือแพลตฟอร์มภายนอก ซึ่งผู้ใช้งานรับทราบว่าบริษัทไม่สามารถควบคุมแพลตฟอร์มภายนอกได้ เช่นนี้ผู้ใช้งานตกลงว่าบริษัทไม่ได้รับรองหรือตรวจสอบเนื้อหาหรือนโยบายความเป็นส่วนตัวของแพลตฟอร์มภายนอกนั้น โดยที่บริษัทไม่ต้องรับผิดชอบ หรือมีความรับผิดเกี่ยวกับความสูญเสียหรือความเสียหายที่ผู้ใช้งานได้รับ เนื่องจากการเข้าถึงและการใช้งานแพลตฟอร์มภายนอกนั้น
15.2 การผสานเนื้อหากับแพลตฟอร์มภายนอก. แพลตฟอร์มมีความจำเป็นที่จะต้องผสานการทำงานกับแพลตฟอร์มภายนอกหลายกิจกรรม ดังนั้น การเข้าถึงและการใช้งานแพลตฟอร์มภายนอกอาจจำเป็นต้องมีการยอมรับข้อกำหนดในการให้บริการและนโยบายความเป็นส่วนตัวที่บังคับใช้กับแพลตฟอร์มภายนอกเหล่านั้น (ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า “ข้อกำหนดของแพลตฟอร์มภายนอก”) ท่านมีหน้าที่ในการอ่านและทำความเข้าใจข้อกำหนดของแพลตฟอร์มภายนอกก่อนที่จะเข้าถึงหรือใช้งานแพลตฟอร์มภายนอกใด ๆ ท่านรับทราบและตกลงว่าบริษัทไม่ต้องรับผิดสำหรับสิ่งใด ๆ จากแพลตฟอร์มภายนอกของบุคคลที่สาม ทั้งนี้ ท่านรับทราบและตกลงเพิ่มเติมว่า บริษัทอาจทำการระงับ จำกัด หรือปิดกั้นการเข้าถึง หรือลบแพลตฟอร์มภายนอกออกจากบริการแพลตฟอร์มได้ตลอดเวลาและตามดุลยพินิจของบริษัทแต่เพียงผู้เดียว โดยที่บริษัทไม่ต้องมีความรับผิดใด ๆ ต่อผู้ใช้งาน รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงการสูญเสียผลกำไร รายได้ ข้อมูล ค่าความนิยม หรือความเสียหายที่จับต้องไม่ได้อื่น ๆ
|16. การจำกัดความรับผิด
16.1 การให้บริการตามสภาพ (As-Is Basis). ผู้ใช้งานรับทราบและยอมรับว่า แพลตฟอร์มและบริการต่าง ๆ ที่บริษัทจัดให้ผ่านระบบดังกล่าว ถูกจัดหาให้ “ตามสภาพที่เป็นอยู่” (“As Is”) และ “ตามที่สามารถจัดหาได้” (“As Available”) โดยไม่มีการรับประกันไม่ว่าโดยชัดแจ้งหรือโดยปริยายในทุกประการจากบริษัทว่าแพลตฟอร์มจะปราศจากข้อบกพร่อง ไวรัส การขัดข้องทางเทคนิค หรือการเข้าถึงที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ตลอดจนไม่รับรองว่าการใช้งานจะปลอดภัย ไม่หยุดชะงัก หรือปราศจากความผิดพลาดใด ๆ
16.2 การไม่รับประกัน. ผู้ใช้งานตกลงและทราบดีว่า ไม่มีส่วนหนึ่งส่วนใดในข้อกำหนดฉบับนี้ หรือภายในแพลตฟอร์ม ไม่ว่าโดยชัดแจ้งหรือโดยปริยายที่บริษัทจะ
16.3 การจำกัดความรับผิดจากผู้ให้บริการภายนอก. เนื่องด้วยบริษัทไม่มีหน้าที่ในการควบคุม ตรวจสอบ หรือรับรองพฤติกรรมหรือการกระทำใด ๆ ของผู้ขาย ผู้จัดส่ง ผู้ให้บริการบุคคลภายนอก หรือผู้ใช้งานรายอื่นที่เกี่ยวข้องกับการใช้แพลตฟอร์ม ซึ่งผู้ใช้งานตกลงที่จะใช้ดุลยพินิจและความรอบคอบในการติดต่อหรือทำธุรกรรมใด ๆ กับบุคคลภายนอก โดยบริษัทจะไม่รับผิดและผู้ใช้งานจะไม่เรียกร้องให้บริษัทรับผิดในความเสียหายใดอันเกิดจากหรือเกี่ยวเนื่องกับ
16.4 การจำกัดความรับผิด. ภายใต้ขอบเขตสูงสุดที่กฎหมายอนุญาต บริษัท รวมถึงกรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน ตัวแทน บริษัทในเครือ และผู้ให้บริการภายนอกของบริษัท จะไม่ต้องรับผิดต่อความเสียหายโดยตรง ความเสียหายโดยอ้อม ความเสียหายพิเศษ ความเสียหายเชิงลงโทษ หรือความเสียหายต่อเนื่องใด ๆ รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง ค่าเสียหายจากการสูญเสียธุรกิจ การสูญเสียกำไร การสูญเสียการใช้งาน การสูญเสียข้อมูล หรือการสูญเสียสิ่งที่จับต้องไม่ได้อื่นใด อันเกิดจากหรือเกี่ยวเนื่องกับการใช้หรือการไม่สามารถใช้แพลตฟอร์มหรือบริการของบริษัท ความล่าช้าในการประมวลผลคำสั่งซื้อ การสูญหายของข้อมูล การเข้าถึงระบบโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือเหตุอื่นใดที่เกิดขึ้นจากการใช้บริการ ทั้งนี้ ไม่ว่าบริษัทจะได้รับแจ้งถึงความเป็นไปได้ของความเสียหายดังกล่าวหรือไม่
16.5 ข้อจำกัดความรับผิดรวมสูงสุด. หากบริษัทต้องรับผิดไม่ว่าด้วยเหตุใด ๆ ก็ตาม ภายใต้ข้อกำหนดฉบับนี้ ความรับผิดรวมสูงสุดของบริษัทจะไม่เกินจำนวนเงินค่าบริการที่ผู้ใช้งานได้ชำระให้แก่บริษัทภายในระยะเวลา 12 (สิบสอง) เดือนย้อนหลังจากวันที่เกิดเหตุความรับผิดนั้น
16.6 การสละสิทธิเรียกร้อง. ในกรณีที่บริการของบริษัทเกิดความผิดพลาด ล่าช้า หรือไม่สามารถให้บริการได้ ไม่ว่าด้วยเหตุประการใด ผู้ใช้งานตกลงสละสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายใด ๆ จากบริษัทอันเนื่องมาจากข้อบกพร่องดังกล่าว
16.7 ความสูญหายของข้อมูลหรืออุปกรณ์. บริษัทไม่ต้องรับผิดชอบต่อความสูญหายหรือเสียหายใด ๆ ต่อข้อมูล เนื้อหา หรืออุปกรณ์ของผู้ใช้งาน ไม่ว่าจะโดยทางตรงหรือโดยทางอ้อม อันเกิดจากการใช้งานแพลตฟอร์มหรือบริการ
16.8 ความรับผิดจากการกระทำของผู้ใช้งาน. บริษัทไม่มีส่วนรู้เห็น มีส่วนร่วม หรือให้การสนับสนุนในการกระทำการใด ๆ ของผู้ใช้งาน อันเกี่ยวกับการใช้บริการ ซึ่งหากผู้ใช้งานได้กระทำการใดอันเป็นการกระทำผิดกฎหมาย และ/หรือก่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคลอื่น ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ผู้ใช้งานตกลงรับผิดชอบต่อการกระทำ และ/หรือความเสียหายต่อบุคคลภายนอกหรือผู้ที่ได้รับความเสียหายเองโดยตรงทั้งสิ้น
16.9 เหตุสุดวิสัย (Force Majeure). บริษัทจะไม่ต้องรับผิดในความเสียหาย ความสูญเสีย หรือความล่าช้าใด ๆ อันเกิดจากเหตุสุดวิสัยหรือเหตุการณ์ใด ๆ ที่อยู่นอกเหนือการควบคุมโดยสมเหตุสมผลของบริษัท ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง ภัยธรรมชาติ ภัยสงคราม การจลาจล การนัดหยุดงาน ไฟไหม้ น้ำท่วม การระบาดของโรค การกระทำของหน่วยงานภาครัฐ การระงับระบบเครือข่าย หรือเหตุการณ์อื่นใดที่ไม่อาจคาดหมายหรือควบคุมได้โดยบริษัท ทั้งนี้ บริษัทมีสิทธิที่จะระงับการให้บริการเป็นการชั่วคราวหรือถาวรโดยไม่ต้องรับผิดในกรณีดังกล่าว
|17. ทรัพย์สินทางปัญญา
17.1 กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญา. ผู้ใช้งานรับทราบและตกลงว่า แพลตฟอร์ม ระบบ โค้ดซอฟต์แวร์ รูปภาพ เสียง วิดีโอ ข้อความ เครื่องหมายการค้า โลโก้ งานออกแบบ รูปแบบการจัดวางหน้าเว็บ เนื้อหา และองค์ประกอบอื่นใดที่ปรากฏบนแพลตฟอร์ม (“ทรัพย์สินทางปัญญาของบริษัท”) ทั้งที่มีการคุ้มครองตามกฎหมายหรือไม่ก็ตาม เป็นสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียวของบริษัท และ/หรือผู้ให้อนุญาตใช้สิทธิแก่บริษัท โดยผู้ใช้งานจะไม่มีสิทธิครอบครอง ใช้ ทำซ้ำ ดัดแปลง เผยแพร่ จำหน่าย หรือกระทำการใด ๆ กับทรัพย์สินทางปัญญาดังกล่าว เว้นแต่ได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากบริษัทล่วงหน้าเท่านั้น
17.2 การอนุญาตให้ใช้สิทธิแบบจำกัด. บริษัทอาจอนุญาตให้ผู้ใช้งานใช้แพลตฟอร์มและบริการที่เกี่ยวข้องได้ภายใต้สิทธิการใช้งานแบบไม่เฉพาะเจาะจง (non-exclusive) ไม่สามารถถ่ายโอนสิทธิ (non-transferable) และเพิกถอนเมื่อใดก็ได้ (revocable) เพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้แพลตฟอร์มตามที่ระบุไว้ในข้อกำหนดฉบับนี้เท่านั้น ทั้งนี้ การอนุญาตดังกล่าวไม่ถือเป็นการโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญาใด ๆ แก่ผู้ใช้งาน
17.3 ข้อมูลและเนื้อหาที่ผู้ใช้งานสร้างขึ้น. ผู้ใช้งานตกลงและรับรองว่า ข้อมูลหรือเนื้อหาทั้งหมดที่ผู้ใช้งานอัปโหลด ส่ง หรือเผยแพร่ผ่านแพลตฟอร์ม ไม่ว่าจะเป็นข้อความ รูปภาพ วิดีโอ เสียง หรือข้อมูลอื่นใด (“เนื้อหาของผู้ใช้งาน”) จะต้องไม่ละเมิดสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาของบุคคลภายนอก หากบริษัทได้รับข้อร้องเรียนหรือการเรียกร้องจากบุคคลภายนอกเกี่ยวกับการละเมิดดังกล่าว บริษัทสงวนสิทธิ์ในการลบเนื้อหานั้นโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า และผู้ใช้งานจะต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่บริษัทโดยตรงและโดยอ้อมแต่เพียงผู้เดียว
|18. ข้อกำหนดอื่น
18.1 ความสัมพันธ์ของคู่สัญญา: โดยที่คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายเข้าใจและทราบดีว่า การเข้าทำข้อกำหนดฉบับนี้ ไม่ทำให้คู่สัญญาและพนักงานของคู่สัญญาแต่ละฝ่าย มีความสัมพันธ์ในฐานะเป็นลูกจ้าง ตามกฎหมายแรงงาน หรือเป็นหุ้นส่วนกัน ตามกฎหมายหุ้นส่วนและบริษัทแต่อย่างใด
18.2 การโอนสิทธิ: เว้นแต่จะได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่นในข้อกำหนดฉบับนี้ ผู้ใช้งานตกลงจะไม่โอนสิทธิ หน้าที่ และ/หรือความรับผิดตามข้อกำหนดฉบับนี้ให้แก่บุคคลใดโดยมิได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากบริษัทเป็นการล่วงหน้า
18.3 การสละสิทธิ: การที่บริษัทไม่ใช้สิทธิหรือใช้สิทธิล่าช้าในเรื่องหนึ่งเรื่องใดหรือคราวหนึ่งคราวใดก็ดี มิให้ถือว่าบริษัทสละสิทธิในเรื่องดังกล่าว และการที่บริษัทใช้สิทธิแต่เพียงบางส่วนหรือสละสิทธิในเรื่องหนึ่งเรื่องใดหรือคราวหนึ่งคราวใด ก็มิให้ถือว่าเป็นการสละสิทธิในเรื่องอื่นหรือในคราวอื่นด้วย
18.4 ความเป็นที่สุดของข้อกำหนด: ข้อกำหนดฉบับนี้เป็นความตกลงอันเป็นที่สุดระหว่างคู่สัญญาทั้งสองฝ่าย การรับรอง ความเข้าใจ การพูดคุย หรือการเจรจาใด ๆ ที่ได้ทำก่อนวันที่ทำข้อกำหนดฉบับนี้ระหว่างคู่สัญญาที่เกี่ยวข้องกับข้อกำหนดฉบับนี้ ที่ขัดหรือแย้งกับข้อความในข้อกำหนดฉบับนี้ ให้ใช้ข้อความในข้อกำหนดฉบับนี้บังคับ
18.5 การแยกส่วนของข้อกำหนด: หากมีข้อความหรือข้อตกลงใดในข้อกำหนดฉบับนี้ที่ตกเป็นโมฆะ ไม่สมบูรณ์ หรือไม่มีผลบังคับใช้ ไม่ว่าด้วยเหตุใด ๆ ก็ตาม คู่สัญญาตกลงให้ข้อความและข้อตกลงอื่น ๆ ในข้อกำหนดฉบับนี้ยังคงมีผลสมบูรณ์และผูกพันคู่สัญญาอยู่เสมือนหนึ่งว่าไม่มีส่วนที่เป็นโมฆะ ไม่สมบูรณ์หรือไม่มีผลบังคับใช้นั้นอยู่ในข้อกำหนดฉบับนี้
18.6 กฎหมายที่ใช้บังคับ และการระงับข้อพิพาท: ข้อกำหนดฉบับนี้ให้อยู่ภายใต้บังคับกฎหมายของประเทศไทย หากมีข้อโต้เถียง ข้อขัดแย้งใด ๆ เกิดขึ้นอันเนื่องมาจากข้อกำหนดฉบับนี้ หากคู่สัญญาไม่สามารถตกลงกันได้ คู่สัญญาตกลงจะนำข้อพิพาทดังกล่าวขึ้นฟ้องต่อศาลในประเทศไทย
ส่วนที่ 4 — เงื่อนไขและข้อตกลงการใช้บริการ
THE FLASH PREORDER | บริษัท ออร์เดอร์เอ็กซ์ จำกัด (OrderX Co., Ltd.)
เวอร์ชัน 1.3 | ปรับปรุงล่าสุด: 05 สิงหาคม 2569
|1. บทนำและคำจำกัดความ
1.1 ข้อตกลงนี้จัดทำขึ้นระหว่างผู้ใช้บริการ (“ลูกค้า”) กับ บริษัท ออร์เดอร์เอ็กซ์ จำกัด ซึ่งดำเนินธุรกิจภายใต้ชื่อ THE FLASH PREORDER ซึ่งให้บริการเป็นตัวกลางในการจัดซื้อ ประสานงาน และจัดส่งสินค้าจากต่างประเทศมายังประเทศไทย
1.2 การใช้บริการใด ๆ ของบริษัท ถือว่าลูกค้าได้อ่าน เข้าใจ และตกลงยอมรับข้อกำหนดทั้งหมดในเอกสารฉบับนี้โดยสมบูรณ์
1.3 คำจำกัดความ เว้นแต่จะมีการกำหนดไว้เป็นอย่างอื่นในข้อตกลงนี้ คำดังต่อไปนี้ให้มีความหมายดังนี้
|2. ขอบเขตและข้อจำกัดของบริการ
2.1 บริษัทเป็นเพียงตัวกลางในการจัดหา จัดซื้อ และนำเข้าสินค้า ไม่ใช่เจ้าของหรือผู้ขายสินค้าโดยตรง
2.2 บริษัทไม่มีหน้าที่รับประกันคุณภาพสินค้า ความตรงปก รูปลักษณ์ หรือรายละเอียดของสินค้าใด ๆ ที่แสดงในเว็บไซต์ของร้านค้าต่างประเทศ และไม่ถือเป็นหน้าที่ของบริษัทในการตรวจสอบหรือรับรองความถูกต้องของข้อมูลดังกล่าว
2.3 บริษัทให้บริการตามข้อมูลที่ลูกค้าระบุมา หากข้อมูลหรือรายละเอียดไม่ถูกต้อง อาจส่งผลต่อการดำเนินการ และบริษัทไม่สามารถรับผิดชอบต่อผลที่เกิดขึ้นได้
2.4 การเลือกซื้อหรือทำธุรกรรมกับผู้ขายหรือร้านค้าในต่างประเทศดังกล่าว เป็นความเสี่ยงของลูกค้าแต่เพียงผู้เดียว และลูกค้าไม่สามารถเรียกร้องให้บริษัทรับผิดชอบหรือชดใช้ความเสียหาย ข้อพิพาท หรือค่าใช้จ่ายใด ๆ อันเกิดจากการซื้อขายสินค้าผ่านร้านค้าภายนอกได้
2.5 หากเกิดปัญหากับสินค้า บริษัทจะช่วยติดต่อประสานงานกับผู้ขายหรือร้านค้าในต่างประเทศตามความเหมาะสม แต่ไม่สามารถรับประกันผลของการประสานงาน และไม่รับผิดชอบแทนผู้ขายในทุกกรณี
2.6 หากทางผู้ขายมีการแจ้งให้ส่งสินค้าคืน บริษัทอาจพิจารณาดำเนินการช่วยจัดส่งกลับไปยังประเทศต้นทาง โดยอยู่ภายใต้เงื่อนไขความพร้อม และการพิจารณาเป็นกรณีไป ทั้งนี้หากดำเนินการได้ จะมีค่าใช้จ่ายและรายละเอียดดังนี้
หมายเหตุ: ค่าจัดส่งจากประเทศต้นทางมาไทย สำหรับสินค้าที่เสียหายหรือส่งผิด ลูกค้ายังคงต้องชำระตามกระบวนการปกติ
|3. เงื่อนไขการสั่งซื้อ
3.1 เมื่อลูกค้าได้ทำการชำระเงินในส่วนของค่าสินค้า และมีการออกเลขคำสั่งซื้อแล้ว ถือว่าคำสั่งซื้อนั้นสำเร็จและสิ้นสุด ไม่สามารถเปลี่ยนแปลง ยกเลิก หรือขอคืนเงินได้ ไม่ว่ากรณีใด ๆ เว้นแต่กรณีที่บริษัทไม่สามารถดำเนินการตามคำสั่งซื้อให้สำเร็จได้ (เช่น จัดซื้อไม่สำเร็จ ประมูลไม่ได้ สินค้าหมดสต็อก ผู้ขายยกเลิกคำสั่งซื้อ หรือบริษัทยกเลิกบริการเอง) ซึ่งบริษัทจะคืนเงินส่วนที่เหลือหลังหักค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงให้แก่ลูกค้า
3.2 การสั่งซื้อสินค้าผ่านบริษัทจะต้องแจ้งผ่านช่องทางอย่างเป็นทางการ เช่น แชททาง Line, Facebook หรือ Instagram ของบริษัทเท่านั้น
3.3 ลูกค้าต้องตรวจสอบรายละเอียดสินค้า คำอธิบาย คะแนนร้านค้า และยอมรับความเสี่ยงจากการสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศด้วยตนเอง
3.4 นโยบายเกี่ยวกับการยื่นขอคืนภาษี (TAX-FREE)
มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ตามข้อกำหนดของกฎหมายประเทศญี่ปุ่น การยื่นขอคืนภาษี (TAX-FREE) สามารถดำเนินการได้เฉพาะกรณีที่ผู้ซื้อนำสินค้าออกจากประเทศญี่ปุ่นด้วยตนเองเท่านั้น ดังนั้น ลูกค้าที่ใช้บริการฝากสั่งซื้อสินค้าและฝากส่งสินค้ากลับประเทศไทย จะไม่มีสิทธิ์ยื่นขอคืนภาษีในทุกกรณี เนื่องจากไม่ได้เป็นผู้ขนย้ายสินค้าออกนอกประเทศด้วยตนเอง
โปรดตรวจสอบความเข้าใจให้ครบถ้วนก่อนดำเนินการใช้บริการ เพื่อป้องกันปัญหาการร้องขอคืนภาษีย้อนหลัง และความเข้าใจคลาดเคลื่อนที่อาจเกิดขึ้นภายหลัง
|4. รหัสลูกค้าและการส่งสินค้าไปคลังสินค้า
4.1 ลูกค้าต้องขอรับรหัสลูกค้า (USER ID) จากเจ้าหน้าที่ของบริษัทก่อนส่งสินค้าเข้าคลังสินค้า
4.2 ต้องระบุรหัสลูกค้าบนกล่องพัสดุทุกใบที่ส่งมายังคลังสินค้าของบริษัทในต่างประเทศอย่างชัดเจน ถูกต้อง เป็นจริง หากไม่ระบุ บริษัทอาจไม่สามารถระบุตัวตนและไม่รับผิดชอบต่อความล่าช้า หรือการสูญหายของพัสดุ
4.3 ลูกค้าต้องแจ้งรายการนำเข้าสินค้าให้เจ้าหน้าที่ของบริษัททราบก่อนที่พัสดุจะมาถึง หากไม่มีข้อมูลที่ตรงกับพัสดุ บริษัทขอสงวนสิทธิ์ไม่รับผิดชอบหากเกิดความเสียหายหรือสูญหาย
|5. ความเสียหาย ชำรุด หรือสูญหาย
5.1 ลูกค้าต้องตรวจสอบสินค้าเมื่อได้รับการแจ้งเตือนชำระยอดค่าขนส่งในไทย (เช่น KEX, EMS) และแจ้งปัญหาให้บริษัทรับทราบภายใน 7 วัน มิฉะนั้นถือว่ายอมรับสินค้าโดยสมบูรณ์
5.2 บริษัทไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายจากการบรรจุหีบห่อที่ไม่เหมาะสม ลูกค้าอาจขอใช้บริการตีลังไม้หรือเสริมบรรจุภัณฑ์ล่วงหน้า ซึ่งมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
5.3 หากลูกค้าซื้อประกันสินค้า (คิด 5% ของมูลค่าสินค้าที่ต้องการคุ้มครอง) บริษัทจะรับผิดชอบเฉพาะกรณีสูญหาย ตามมูลค่าที่ได้ระบุไว้ในการประกัน โดยการเรียกร้องหรือเคลมประกันดังกล่าวจะต้องดำเนินการผ่านบริษัทประกันภัย และเป็นไปตามข้อกำหนด เงื่อนไข และวิธีการเคลมของบริษัทประกันภัยนั้น ๆ บริษัทไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายใด ๆ นอกเหนือจากเงื่อนไขการคุ้มครองของกรมธรรม์การประกัน และเป็นไปตามข้อกำหนดที่สามารถเคลมประกันได้เท่านั้น
5.4 สินค้าประเภทพิเศษ เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ วัสดุเปราะบาง หรือสินค้าควบคุม ต้องแยกบรรจุและแจ้งให้บริษัททราบล่วงหน้า มิฉะนั้นบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการคิดค่าขนส่งในเรทพิเศษ หรือไม่รับผิดชอบความเสียหายหรือสูญหายใด ๆ
5.5 บริษัทไม่แนะนำให้ลูกค้าส่งสินค้าที่มีมูลค่าสูง เช่น เงินสด เครื่องประดับ ทอง เพชร หรือสินค้าที่มีมูลค่าเฉพาะตัวสูง ลูกค้าต้องแจ้งให้บริษัททราบล่วงหน้า พร้อมทั้งแสดงรายการและราคาให้ชัดเจน เพื่อให้บริษัทพิจารณาให้บริการและจัดเตรียมมาตรการหรือวิธีการจัดส่งที่เหมาะสมเพื่อความปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นกรณีใด บริษัทไม่รับผิดชอบต่อการสูญหายหรือความเสียหายของสินค้าที่มูลค่าสูงดังกล่าวเกินกว่าวงเงินชดเชยความเสียหายสูงสุดต่อพัสดุ เว้นแต่จะมีการระบุและชำระค่าส่วนประกันเพิ่มเติมตามที่ระบุไว้ในเงื่อนไขและข้อตกลงนี้
|6. การรับผิดชอบกรณีสินค้าสูญหายระหว่างทาง
6.1 บริษัทรับผิดชอบกรณีสินค้าสูญหายเฉพาะช่วงที่จัดส่งจากคลังสินค้าในต่างประเทศถึงคลังสินค้าของบริษัทในประเทศไทยเท่านั้น
6.2 พัสดุต้องมีการแจ้งรหัสลูกค้าและรายละเอียดการจัดส่งแก่เจ้าหน้าที่ของบริษัท ก่อนที่พัสดุจะถึงคลังสินค้า เพื่อให้บริษัทสามารถตรวจสอบและดำเนินการรับพัสดุได้อย่างถูกต้อง หากไม่มีข้อมูลที่สามารถตรวจสอบได้ บริษัทสงวนสิทธิ์ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหาย สูญหาย หรือค่าใช้จ่ายใด ๆ ที่เกิดขึ้น ไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งสิ้น
6.3 วงเงินชดเชยความเสียหายสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาทต่อพัสดุ เว้นแต่จะมีการระบุและชำระค่าส่วนประกันเพิ่มเติมตามข้อกำหนด และบริษัทไม่รับผิดในความเสียหายทางอ้อมใด ๆ เช่น กำไรที่สูญเสีย หรือค่าเสียโอกาส เป็นต้น
6.4 การแจ้งปัญหาต้องดำเนินการภายใน 7 วันหลังได้รับแจ้งว่าสินค้าถึงคลังสินค้าไทย มิฉะนั้นจะถือว่ายอมรับสินค้าโดยสมบูรณ์ และบริษัทไม่มีภาระผูกพันเพิ่มเติมใด ๆ
|7. สินค้าต้องห้ามและการควบคุม
7.1 บริษัทไม่รับนำเข้าสินค้าดังต่อไปนี้ :
7.2 หากตรวจพบว่ามีการส่งสินค้าดังกล่าว บริษัทจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายใด ๆ และอาจดำเนินการแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
7.3 บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการสุ่มตรวจสินค้า หากพบว่าละเมิดเงื่อนไข บริษัทมีสิทธิ์ยึด ทำลาย หรือแจ้งหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องทันทีโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า และบริษัทจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหาย สูญหาย หรือค่าใช้จ่ายใด ๆ ที่เกิดขึ้น
|8. การรับสินค้าและการจัดส่ง
8.1 การเริ่มนับระยะเวลา: บริษัทจะเริ่มนับระยะเวลา 10 วันปฏิทิน โดยเริ่มนับหลังจากวันที่มีการแจ้งกำหนดการชำระยอดค่าจัดส่งพัสดุจากประเทศต้นทางที่นำเข้ามาไทย
8.2 หากเกิน 10 วัน: หากลูกค้ายังไม่ชำระเงินหรือยังไม่เข้ารับสินค้า บริษัทมีสิทธิ์เรียกเก็บค่าฝากเก็บรายวัน (เช่น 50 บาทต่อกล่องต่อวัน หรือคิดตามพื้นที่จัดเก็บจริง)
8.3 ครบ 30 วัน: หากยังไม่มีการชำระเงินหรือมารับสินค้า บริษัทมีสิทธิ์ระงับการใช้บริการชั่วคราว ลูกค้าต้องชำระยอดค้างและค่าฝากเก็บก่อน จึงจะสามารถกลับมาใช้บริการได้
8.4 ครบ 60 วัน: หากยังไม่มีการชำระเงินหรือมารับสินค้า บริษัทมีสิทธิ์จำหน่ายหรือประมูลสินค้า รายได้จากการจำหน่ายจะถูกนำไปหักค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง ส่วนที่เหลือ (ถ้ามี) ถือเป็นค่าธรรมเนียมการจัดการของบริษัท ไม่สามารถคืนให้ลูกค้าได้
8.5 พัสดุที่ไม่มีรหัสลูกค้าหรือไม่แจ้งล่วงหน้า: บริษัทสามารถเก็บได้สูงสุด 30 วัน หากไม่สามารถพิสูจน์ความเป็นเจ้าของได้ จะถูกจัดเก็บในหมวด “พัสดุไม่ทราบเจ้าของ” บริษัทไม่สามารถรับผิดชอบต่อความสูญหายหรือความเสียหายได้
8.6 การปฏิเสธการรับสินค้า: ลูกค้าสามารถปฏิเสธได้เฉพาะกรณีที่สินค้ามีความเสียหายชัดเจนหรือเข้าเงื่อนไขการเคลมที่กำหนดไว้ หากเป็นเหตุผลอื่น เช่น เปลี่ยนใจหรือไม่ต้องการสินค้า จะถือว่าลูกค้าสละสิทธิ์ บริษัทมีสิทธิ์ดำเนินการจัดการสินค้าตามความเหมาะสม
8.7 กรณีเหตุสุดวิสัย: หากลูกค้าไม่สามารถมารับสินค้าได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ลูกค้าต้องแจ้งบริษัทภายใน 10 วันแรก บริษัทอาจอนุโลมขยายเวลาได้ แต่ไม่เกิน 30 วัน โดยบริษัทมีดุลพินิจเด็ดขาดในการอนุมัติหรือปฏิเสธการขยายเวลา
|9. ความล่าช้าและเหตุสุดวิสัย
9.1 ระยะเวลาขนส่งที่บริษัทแจ้งไว้เป็นเพียงค่าเฉลี่ยโดยประมาณเท่านั้น อาจเร็วหรือช้ากว่าที่แจ้ง ขึ้นอยู่กับสถานการณ์
9.2 บริษัทไม่รับผิดชอบในความล่าช้า ความเสียหาย หรือการสูญหายที่เกิดจาก
|10. การเปลี่ยนแปลงราคาและข้อตกลง
10.1 บริษัทมีสิทธิ์ปรับเปลี่ยนราคาค่าขนส่ง ค่าบริการ และเงื่อนไขอื่น ๆ ได้ตามสถานการณ์โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
10.2 ข้อกำหนดฉบับนี้สามารถแก้ไข ปรับปรุง หรือเพิ่มเติมได้ตามดุลยพินิจของบริษัท และมีผลทันทีที่มีการเผยแพร่ผ่านช่องทางใดช่องทางหนึ่งของบริษัท
|11. กฎหมายที่ใช้บังคับ
ข้อตกลงนี้อยู่ภายใต้กฎหมายแห่งราชอาณาจักรไทย หากเกิดข้อพิพาท ให้ศาลไทยเป็นผู้มีเขตอำนาจในการพิจารณา
|12. ความคลาดเคลื่อนของน้ำหนักพัสดุ
น้ำหนักพัสดุที่ชั่งโดยบริษัทอาจมีความคลาดเคลื่อนจากเครื่องชั่ง ±0.05 กิโลกรัม ซึ่งอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน หากลูกค้าพบว่าน้ำหนักที่ระบุแตกต่างจากที่คาดไว้เกินกว่าช่วงดังกล่าวอย่างมีนัยสำคัญ ลูกค้าสามารถแจ้งขอให้บริษัทชั่งน้ำหนักใหม่ได้ ทั้งนี้ บริษัทขอสงวนสิทธิ์ใช้น้ำหนักจากเครื่องชั่งมาตรฐานของบริษัทเป็นข้อมูลอ้างอิงหลัก เว้นแต่ตรวจพบข้อผิดพลาดชัดเจน
|13. เรื่องประกันสินค้าขนส่งในไทย
|14. พัสดุที่ไม่มีหมายเลขติดตาม (No Tracking)
14.1 การจัดส่งสินค้าจากประเทศต้นทางบางรายการ อาจใช้บริการไปรษณีย์ธรรมดา ซึ่งไม่มีหมายเลขติดตาม (Tracking) ทำให้ไม่สามารถตรวจสอบระหว่างทางได้
14.2 เมื่อพัสดุเดินทางถึงประเทศไทย บริษัทจะทำการตรวจสอบและคัดแยกพัสดุประเภทนี้อีกครั้ง
14.3 กรณีที่บริษัทตรวจสอบแล้วไม่พบสินค้า บริษัทจะคืนค่าสินค้าเต็มจำนวนให้แก่ลูกค้า โดยมีระยะเวลาการพิจารณาคืนเงินตามวิธีการขนส่ง ดังนี้
14.4 กรณีสินค้าฝากสั่งซื้อ หมายเลขติดตามขนส่งอาจไม่ตรงกับพัสดุที่เข้าคลังสินค้าต้นทาง บริษัทจะแกะตรวจสอบพัสดุทั้งสองประเภททุก ๆ รอบการส่งของที่ถึงไทย โดยหากตรวจสอบแล้วไม่พบสินค้า จะคืนค่าสินค้าเต็มจำนวนตามระยะเวลาในข้อ 14.3 (ทางอากาศภายใน 1 เดือน / ทางทะเลภายใน 2 เดือน)
14.5 สินค้าที่ลูกค้าสั่งเองและฝากส่งกลับไทย หากไม่มีการซื้อประกันการสูญหาย บริษัทจะรับผิดชอบค่าสินค้าตาม Invoice คำสั่งซื้อ (วงเงินในการรับผิดชอบสูงสุด 2,000 บาทต่อแทร็คกิ้งพัสดุ)
คำแนะนำ: ก่อนสั่งซื้อ ลูกค้าสามารถแจ้งทีมงานให้สอบถามผู้ขายเรื่องการเปลี่ยนวิธีจัดส่ง เพื่อให้มีหมายเลข Tracking เพิ่มความปลอดภัย
|15. เกณฑ์สินค้าขนาดใหญ่ (Over Size) และเงื่อนไขด้านขนาดในการขนส่ง
15.1 สินค้าที่มีขนาดใหญ่แต่น้ำหนักเบา หรือมีลักษณะไม่สมดุลกับน้ำหนักจริง และใช้พื้นที่ระวางในตู้คอนเทนเนอร์ค่อนข้างมาก บริษัทจะประเมินค่าขนส่งตามปริมาตร (คิว/CBM หรือ Volume Weight) แทนการคิดตามน้ำหนักจริง
15.2 กลุ่มสินค้าที่โดยทั่วไปเข้าเงื่อนไขการคิดตามปริมาตร ได้แก่
15.3 เงื่อนไขการจัดส่งทางอากาศ. สินค้าที่มีขนาดรวมของกล่อง (กว้าง + ยาว + สูง) เกิน 200 ซม. ไม่สามารถจัดส่งทางอากาศได้ และบริษัทจะเปลี่ยนเป็นจัดส่งทางทะเลแทน
15.4 เงื่อนไขการจัดส่งทางทะเล. สินค้าที่มีขนาดรวมของกล่อง (กว้าง + ยาว + สูง) เกิน 300 ซม. หรืออยู่ในกลุ่มสินค้าตามข้อ 15.2 ข้างต้น จะเข้าเงื่อนไขการเป็นสินค้า Over Size และอาจมีค่าบริการเพิ่มเติมตามอัตราของบริษัท
15.5 การคำนวณน้ำหนัก. บริษัทอาจพิจารณาค่าขนส่งจากน้ำหนักจริงหรือน้ำหนักปริมาตร ตามประเภทสินค้า ขนาดพัสดุ และช่องทางการขนส่ง โดยคิดจากค่าน้ำหนักที่สูงกว่า
15.6 ลูกค้าที่มีข้อสงสัยสามารถส่งรูปภาพและแจ้งขนาดกล่องให้เจ้าหน้าที่ช่วยตรวจสอบและประเมินค่าขนส่งล่วงหน้าก่อนตัดสินใจได้
|16. การยอมรับข้อตกลง
การสั่งซื้อหรือใช้บริการใด ๆ ของ THE FLASH PREORDER ถือว่าลูกค้าได้อ่าน ทำความเข้าใจ และตกลงยอมรับเงื่อนไขทั้งหมดนี้โดยไม่มีข้อโต้แย้งใด ๆ
ประกาศ ณ วันที่ 05 สิงหาคม 2569